Sitang 的个人资料•·.·´¯`·.·•TuPTiMMy: GAL...照片日志列表更多 工具 帮助
没有可用类别。

Kirdsomboon Sitang

职业
兴趣
I'm Gal on da Move

•·.·´¯`·.·•TuPTiMMy: GAL ON DA MOVE•·.·´¯`·.·•

------------------------->ชีพจรลงเท้า<--------------------------
第 1 张,共 62 张
更多相册 (39)
2009/6/12

...

การจากลาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...
 
เคยคิดบ้างมั๊ยว่า ระหว่างคนที่ยังต้องอยู่ มองดูใครบางคนเดินจากไป
                      กับคนที่เป็นคนเดินจากไป
ใครจะเศร้ามากกว่ากัน !?
 
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เราได้มารู้จักกัน
อะไรคือเหตุผลของการผูกพันกับใครสักคนหนึ่ง
แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เรา "รัก" ใครบางคนได้มากมายนัก
 
เอาเข้าจริงๆแล้ว เราก็ไม่เคยพบ "คำตอบ" ของ "คำถาม" เหล่านี้
แต่เราก็ไม่เคยลืมคนที่เราได้รู้จักคุณ
ไม่เคยลืมเรื่องราวต่างๆมากมายที่ทำให้เราได้ผูกพันกับคุณ
และถ้าคุณเป็นคนที่เรารัก เราก็ยืนยันว่าเราจะรักคุณตลอดไป
 
ชีวิตเรามักจะคั่นอยู่ระหว่างอะไรบางอย่างเสมอ
ชีวิตเราคั่นอยู่ระหว่าง (ทางเข้า, ทางออก)
เรารู้ว่าถึงแม้เราจะพบกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม
เราจะพบทางออก ไม่ว่าเราจะเต็มใจหรือไม่ แต่สุดท้ายเราก็จะผ่านมันไปได้
และเมื่อเวลาผ่านไป...มันก็จะเป็น "แค่" อีกเรื่องที่ผ่านไป
 
เราเคยเป็นคนที่เดินจากมาตลอด เลยไม่เคยรู้ว่าคนที่ยังอยู่รู้สึกยังไง
แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม เราจะรักและคิดถึงคุณเสมอ
"ลอนดอน" ต้องทำให้เราคิดถึงคุณมากแน่ๆ
 
เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า "อะไร" ทำให้เราได้รักกันมากขนาดนี้
และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม "คุณ" ก็จะเป็นคนที่เรารักและคิดถึงเสมอ
 
แม้ว่าอุปสรรคจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน
ไม่รู้ว่ามากหรือน้อยที่เราจะสามารถช่วยคุณได้
แต่เราจะยืนเป็นเพื่อนคุณอยู่ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่ามันจะมืดแค่ไหน เราก็จะไม่ปล่อยให้คุณเดียวดาย
"คุณ" ยังมี "เรา"
 
บางทีสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ มันกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเรานะ
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราก็จะผ่านมันไปได้ในที่สุด สู้ๆนะ ^^v
 
 
2008/8/4

Life is going on

ชีวิตคืออะไรที่มันไม่แน่นอน...พรุ่งนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
ชีวิตคือการเดินทาง...เดินทางไปเรื่อยๆ...ไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน
ชีวิตคือการดิ้นรน...ต่อสู้...เข้มแข็ง...และอดทน
ชีวิตคือการพบเจอ...จากลา...พบเจอ...และจากลา
 
บนโลกแห่งความเป็นจริง เราคงไม่สามารถเป็นได้ทุกอย่างที่เราต้องการ
 
การเดินทางในวันนี้ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง รู้สึกอะไรมากมาย และรู้จักตัวเองมากขึ้น
 
ที่แรกที่เดินทางไปวันนี้
...เป็นที่ๆทุกคนรอบข้างคาดหวังให้เราไปอยู่...คาดหวังให้เราเปนแบบนั้น
สุดท้าย พวกเค้าก็ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถฝืนเดินบนทางที่เค้ากำหนดได้
วันนี้ "พันธะ" อะไรต่างๆที่เคยมี "สิ้นสุด" ลงไปแล้ว 
สิ่งเลวร้าย ความทรงจำแย่ๆที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่นี่ เราลืมไปหมดแล้วจริงๆ
จะเก็บ "พวกคุณ" "ความทรงจำที่สวยงาม" "รอยยิ้ม" "เสียงหัวเราะ" และ "การ์ดใบนั้น"...ไว้ในหัวใจเสมอ
บางทีชีวิตของเราอาจจะได้เดินมาตัดกันอีก แต่ไม่ใช่ในฐานะและตำแหน่งเดิมแน่นอน ขอยืนยัน!!!
 
ที่ๆสองที่เดินทางไปถึง
...ที่ที่มีแต่สิ่งดีๆ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุข คนดีๆ ความอบอุ่น ครอบครัว สิ่งเหล่านั้นอยู่ที่นี่เสมอ
บางคนพยายามปลอบใจเราว่า เรามองเห็นแต่สิ่งดีเพราะเรามีชีวิตอยู่น้อยเกินกว่าที่จะมองเห็นสิ่งไม่ดีก็เป็นได้
แต่เราว่าไม่จริงเลยนะ...ที่ๆเราอยู่ถัดจากนี้ และถัดจากนี้ เราก็ใช้เวลาเพียงสั้นๆแต่เราพบว่ามันไม่มี "สิ่งดีๆ" เหมือนที่นี่เลย
บางทีนะ เราอาจจะให้ใจไปกับที่นี่หมดแล้วก็ได้ บางทีใจเราอาจจะปิดรับ ตาเราอาจจะมืดบอดเกินกว่าที่จะเห็นสิ่งดีๆของที่อื่นแล้ว
"มีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับไป" "มีกำลังใจเติมเต็มหัวใจที่อ่อนล้ามากจิงๆ"
หลังจากที่เราก้าวออกมาในวันนี้ เราหลังกลับไปมอง...จริงสินะ...ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
ไม่แน่ชีวิตของเราอาจจะกลับมาตัดบนเส้นทางนี้อีกครั้งก็ได้ เมื่อเวลผ่านไป และไม่มีอะไรมาแทนที่สิ่งดีๆที่นี่ได้...
 
ที่ๆสามที่มาถึง
ต้องถอนหายใจอีกครั้งที่มาถึง แต่สิ่งดีๆจากที่ก่อนหน้านี้ยังคงทำให้หัวใจเข้มแข็งอยู่มาก
แต่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็โดนคำพูดของคนที่นี่ทำลายซะจนคิดว่าเมื่อเช้ากับตอนบ่าย เป็นคนละวันกัน
 
คนดีๆ สิ่งดีๆบอกเราในใจว่า ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป เมื่อเรายังมีลมหายใจอยู่ เราก็ต้องเดินไปข้างหน้าเสมอ...
 
 
2008/5/18

AF Fever อีกแล้ว !!!

ปีนี้จะบ้าเอเอฟเป็นพิเศษ ติดตามมากกว่าปีที่ผ่านๆมา
เพราะแบบว่าอยากให้เวลา 4 เดือนเนี่ย มันรีบๆผ่านไป
อย่างน้อยก็มีเอเอฟให้รอดูเวลากลับบ้านนะ 555+
 
V1 น้องพริ้ง กันเลยดีกว่า เหมือนลูกโป่งไปมั๊ย? ซียูแบนด์เหมือนกันได้อีก
     แต่เธอร้อง Color of the Wind ได้เริ่ดจิงๆ 
 
V2 เบียร์ หน้าตาไม่ดี ร้องเพลงไม่ผ่าน ลุ๊คไม่เจ๋ง โอเคตกรอบไปเหอะ
 
V3 นายแต๊บ มีคาแรกเตอร์ อ้วน เสียงดี เดินตลก เข้ารอบไปโลด
     กางเกงน่าเกลียดมากบนเวที สงสารมากที่น้องต้องใส่กางเกงน่าเกลียดแบบนั้น
 
V4 เบนซ์ เสียงเก๋ไก๋ น่าตาไม่โดดเด่น คาแร๊กเตอร์กวนตีนดี
     จะอยู่หรือไปต้องแล้วแต่คนดูโหวตระกัน ไม่ขอวิจารณ์ระกัน
     เราควรตัดสินคนที่ความสามารถใช่หน้าตาค่ะ
 
V5 โบว์ ชั้นเชียร์เธอ เธอเริ่ด เธอสวย เธอเซลฟ์ เธอมั่น เธอเก๋ เธอเก่ง สุดยอดไปเลยยยยยยครับพี่น้อง
 
V6 มิกกี้ มีคาแรกเตอร์โดดเด่น สวย เสียงดี วางตัวดี น่าจะเข้าไปถึงรอบลึกๆแน่นอน
     แต่ชั้นไม่เชียร์เธอระกัน เธอทำตัวดาราเกินไป หมั่นไส้คนสวย
 
V7 น้องแนน น่าสงสารน้องแนนมากที่ต้องตกรอบไป เพราะเก่งและเสียงดีมากๆๆๆๆ
     แต่ถ้าจะให้เลือกแค่คนเดียวก็ต้องเลือกโบว์นะ แต่ก้อสงสารน้องจิงๆ กติกาไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
 
V8 นายปั๊มรัก งง คือตอนออดิชั่นร้องดีจัง แต่ขึ้นคอนเสิร์ตแล้วไมดับดิ้นได้ขนาดนี้
     ก็เอาเป็นว่าให้กำลังใจกันต่อไป ผู้ชายยังไม่ฟันธงเชียร์ใคร หลายใจอยู่อ่ะ
 
V9 น้องหนิม โดดเด่น สวย เซลฟ์ มั่น ซะเหลือเกิน ก็คงเข้ารอบไปลึกๆแน่ๆอยู่แล้น
 
V10 กู๊ดลักซ์ น่ารักดีนะ เสียงดีด้วย ร้องเพลงเก่งมาก โดยเฉพาะเพลงแจ๊ส เริ่ดๆ
       ก็แบบว่าขอให้ล้างอาถรรพ์วี10ให้สำมะเร็จก็แล้วกานนนครับ เอาใจช่วย
 
V11 เดียร์ บอกได้คำเดียวว่า "สะ-เหร่อ-มาก-มาก" ชั้นเกลียดดดด หน้าตาไม่ดี เสียงธรรมดา
      ทำตัวเมโลดราม่า(แปลว่าละครน้ำเน่ามากๆ) เวิ่นเว้อ ออกไปดีแล้ว เป็นบุญสำหรับผู้ชมมากๆ
 
V12 น้องรอนนนน เป็นอีกคนที่แอบเชียร์นะ ดูน่ารักสดใสดี โดนจับคู่กะน้องนัทซะแล้ว 555+
 
V13 น้องณัฐฐ์ น่าร๊ากกกกก นุ่มนวลลล แม้น้องจะสาวแต่น้องก็สวยค่ะ พี่เชียร์
 
V14 กี๋ ดีๆๆๆ ตอนแรกแอบไม่ชอบ แต่พอเข้ามาในบ้านแล้วเป็นคนนึงที่มีสีสัน
      เสียงดี เก๋ไก๋ มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เก่งบนเวทีอยู่แล้วด้วย อันนี้ก้อคงไปได้ไกล
 
V15 ว่านไฉ๋ แอบเชียร์นะ น่ารักดี ฮิฮิ ก็ต้องคอยมาดูกันว่าน้องว่านไฉ๋จะแอ๊บแมนไปได้นานขนาดไหน
       แต่น้องร้องเพลงเพราะดี หล่อด้วย พี่เชียร์ค่ะ เชียร์ 
 
V16 น้องกรีน โอ๊ะ น่ารัก สดใส เป็นธรรมชาติ แต่รั่วได้ใจ ชอบบบบบบค่ะ เชียร์ค่ะ
 
สรุปปีนี้ ผู้หญิงเชียร์ โบว์ V5 ที่สุด ส่วน กรีนนี่ก้อชอบ และกู๊ดก้อชอบ
ผู้ชายนี่คิดยังไม่ออก ชอบทั้งปั๊ม ว่าน นัท รอน แต๊บ กี๋ เบนซ์ ตามลำดับค่ะ 555+ 
 
 
 
 
  
 
 
 
   
2008/4/26

บ้าน

ตามความหมายของพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 
บ้าน มีความหมายว่า สิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และเป็นถิ่นที่มีมนุษย์อยู่
 
คนเราทุกคนควรจะมี "บ้าน"
เพราะ "ที่อยู่อาศัย" เป็นหนึ่งในปัจจัย 5 ของมนุษย์ (อันหมายรวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย!!!)
 
อันที่จริงแล้ว ความหมายของ "บ้าน" ในพจนานุกรมไทย คงไม่ครอบคุมเท่าไหร่นัก
เพราะบ้านที่เราจะสามารถเรียกว่า "บ้าน" ได้เต็มปากเต็มคำ
"บ้าน"ที่เราจะสามารถอยู่อาศัยได้อย่างจริงจัง
คงต้องมีองค์ประกอบมากกว่าการเป็นแค่ "ที่อยู่อาศัย"
บ้าน ในที่นี้ พจนานุกรมไทย ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือได้
หากอยากจะเข้าใจความหมาย คงต้องได้พบบ้านหลังนั้น และใช้ใจสัมผัส จึงจะได้พบความหมายที่แท้จริง
 
คนเราทุกคนควรจะมี "บ้าน"
ในชีวิต ชั้นมีบ้านอยู่ 6 หลัง
บ้านหลังแรก คือ บ้านที่เราอยู่อาศัย แวดล้อมไปด้วย พ่อ แม่ พี่ น้อง และบรรดาญาติทั้งหลายแหล่
บ้านหลังใหญ่ ที่ต้องตื่นแต่เช้ามาดูการ์ตูน กวาดใบขนุน เล่นกินวิบาก และแต่งตัวให้เหมือนกับพี่สาว
 
เมื่อเราโตขึ้นอีกหน่อย บ้านหลังที่สอง คือ บ้านที่เรามีแก๊งค์เพื่อนวัยเดียวกัน
บ้านที่มีเราคอยเป็นหัวโจกแกล้งเพื่อนให้ร้องไห้ บ้านที่ต้องใช้เวลา20%ของวัน คาบไม้บรรทัดอยู่ในฝ่ายปกครอง
บ้านที่เราชอบหนีออกมาจากห้องที่มีผู้คนเยอะๆ และหลบอยู่ในอีกห้องมืดๆกับคนไม่กี่คน เพื่อเล่น พ่อ แม่ ลูก!!!
บ้านที่เราค่อนข้างลืม จำได้เพียงเศษเสี้ยวเสี้ยวเดียวเท่านั้น แต่อบอุ่นและมีความสุข
 
โตขึ้นมาอีกนิด บ้านหลังที่สาม คือบ้านที่แท้จริงของเรา
บ้านที่มีแค่ พ่อ แม่ ตัวเรา และน้องชาย
บ้านที่ไม่สามารถใช้คำใดมาบรรยายความหมายได้ นอกจากใช้ใจให้ค่า
บ้านคือที่ๆเรากลับมา ล้มตัวลงนอน และอาศัยอยู่กับความคิดของตัวเราเอง
บ้านที่มีความสุข และอบอุ่น
 
บ้านหลังที่สี่ บ้านที่สวยที่สุดในชีวิตที่เคยอาศัยอยู่
บ้านที่มีเพื่อนเยอะแยะเต็มไปหมด มีต้นไม้เยอะๆ สวนสวยๆ 
บ้านที่สอนให้เราเติบโต และแข็งแกร่ง
มีประกายกร้าในดวงตา มีรอยยิ้มที่กว้างที่สุด มีเสียงหัวเราะที่ดังที่สุด
บ้านหลังใหญ่ แสนสวย อบอุ่น และติดตรึงอยู่ในความทรงจำและหัวใจไม่เคยลบเลือน
 
บ้านหลังต่อมา โห เรามีบ้าน 5 หลังแล้ว
บ้านหลังสุดท้ายที่ไม่คิดว่าอยากจะย้ายไปอยู่ที่ไหนอีกแล้ว
แต่ในส่วนลึก เราก็รู้ว่า เรามีเวลาอยู่ในบ้านหลังนี้เพียง 4 ปีเท่านั้น
บ้านที่สอนให้เรารู้จักตัวของเราเอง ไม่ต้องเป็นเหมือนใครอีกต่อไปแล้ว
บ้านที่ให้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ บ้านที่ให้คุณค่าแก่ความฝัน
บ้านหลังนี้สอนว่า "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน"
บ้านหลังนี้สอนว่า "ธรรมศาสตร์ เสรีภาพทุกตารางนิ้ว" นี่คือที่ๆเราได้พบอิสระ เสรีจริงๆ
บ้านที่สอนให้เรากระพือปีกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่หัวใจของเราจะสามารถโบยบินไปถึง
บ้านที่มี...เพื่อน...ความฝัน...ความมุ่งมั่น...อนาคต
พวกเราทุกคนแชร์ความฝันร่วมกัน เราพบ "เพื่อน" ที่มีความฝันคล้ายกัน เพื่อน ที่พูดภาษาเดียวกัน
บ้าน...ที่แสนภาคภูมิใจที่ได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักดันให้ตัวเองเข้าไปอยู่...ดีใจที่มีบ้าน
 
บ้านหลังสุดท้ายที่ได้พบ ณ ตอนนี้
เป็นบ้านที่ได้พบโดยบังเอิญ 
บ้านที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นบ้านของเรา
บ้านที่เมื่อเรารู้ตัวว่าเป็นบ้าน เราก็หลงมาไกลแสนไกลแล้ว
เมื่อยามที่เราเดินระหกระเหินไปเรื่อยเปื่อย ด้วยอะไรซักอย่าง ทำให้เรามาพบกับบ้านหลังนี้
บ้านที่อบอุ่น บ้านที่อยู่แล้วรู้สึกสบายใจ บ้านที่มีอิสระ บ้านที่ไม่ต้องถูกบังคับให้เป็นใคร
"บ้านที่มีตัวตนของเราอยู่จริงๆ" มีความสุข และอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับไปเยี่ยมบ้าน
 
มีพี่สาวคนนึงที่ได้พบระหว่างการเดินทาง เขียนการ์ดใบนึงที่มีความหมายมากๆให้ ใจความว่า
"ชีวิตคือการเดินทาง พวกเราคือนักเดินทางตัวน้อยๆ
พี่ขอให้ทิมเดินทางต่อไป ส่วนที่ที่เราเดินทางแวะมาพัก ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำของเรา
อันไหนดีก็เก็บไว้เป็นพลังขับดันในการเดินทางไปในที่ต่อไป
อันไหนไม่ดีก็แก้ไขปรับปรุงกันต่อไป เพื่อให้การเดินทางครั้งต่อไปดีขึ้น...ดีใจที่ได้พบกันจริงๆ"
 
เราก็เคยเสียใจที่เดินทางมาที่นี่ แต่ในความเป็นจริง เราต้องยอมรับว่า เราเดินทางมาไกลเกินกว่าที่จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจลงไปแล้ว
ในความเป็นจริงกว่านั้น เราต้องยอมรับอีกว่า เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ และเราได้ทำการพิสูจน์แล้ว ว่า "ไม่มีใครย้อนเวลากลับได้"
ทางที่เราเดินมา ผู้คนที่เราพบเจอ ประสบการณ์ที่ได้รับ มันคงพอจะแลกกับการหลงทางได้
นั่นดิ ถ้าเรารู้ว่ามันไม่ใช่บ้านของเรา เราก็แค่เดินจากมาแค่นั้นเอง
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา และคำปลอบโยนจากคนระหว่างทาง มันมีความหมายมากกว่าอะไรทั้งหมด
เราคงไม่สามารถลืมช่วงเวลานั้นได้ อย่างที่เราเคยคิดว่าจะลืม หรือไม่อยากผูกพันได้...มันทำยากจิงๆ ไม่ก็ทำไม่ได้เลย
 
เราเดินทางต่อมา...เคยคิดว่า เราจะได้พบบ้านหลังใหม่ แต่ก็ไม่ใช่
ที่ที่มีสิ่งที่ทำแล้วมันส์ สนุก ท้าทาย ตื่นเต้น ถนัด แต่ก็ไม่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
ที่ที่เหมือนเราเป็นมณีจันทร์ เดินทางผ่านกระจก ทะลุข้ามผ่านกาลเวลา มาพบที่นี่
ที่ที่50%เราถูกกดไว้ให้เป็นคนอื่น ไม่ใช่ตัวเรา
ทุกครั้งที่มีคนพูดว่าเราแสดงตัวตนความเป็นตัวของเราเองมากเกินไป
เรามักจะพูดคำเดียวกับพี่เอ๋ "รับไว้ค่ะ" แต่เราคงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร เพราะมันไม่ใช่ตัวเรา
เราคิดว่าเราได้เคยหลอกตัวเองให้เป็นคนอื่นมานานพอ จนไม่สามารถหลอกได้อีกแล้ว
ถ้ารับไม่ได้ ก็แค่ไป ไม่แคร์
เพราะที่นี่ เป็นได้แค่ "หนทาง" ที่เราหวังว่าจะนำทางเรากลับไป"บ้าน"เท่านั้น
มันไม่ใช่บ้าน เราไม่จำเป็นจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อมัน
 
ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน 4 เดือน 6เดือน 1 ปี 2 ปี เราก็จะรอ เพื่อให้ประตูกาลเวลาเปิดอีกครั้ง
เพื่อให้กระจกร้องเรียกมณีจันทร์ ให้หาทางกลับบ้านให้พบ เพราะว่าที่ที่อยู่ตอนนี้ มันไม่มีคุณหลวงหล่อๆ จะได้ต้องอยู่กับมันตลอดไปนะ
ที่ๆต้องพูดภาษาแปลก ห่มสไบ กินหมาก เปิปข้าวด้วยมือ บลา บลา บลา 555+
เราไม่จำเป็นจะต้องหลอกตัวเองเพื่อใคร เพราะชีวิตคือของเรา
"ขอเพียงเรานั้นมั่นใจ...เข้าใจในทางที่เดินอยู่ และแน่ใจว่ามันถูกก็พอ"
 
อยากกลับบ้าน...จะล้มตัวลงเอนกายที่ "บ้าน" ของชั้น
 
God ka,,,Plz Let me go home as fast as u can na ka.
I really wanna back to my HOME =)  
 
    
 
2008/4/11

Gal on da Move เวอร์ชั่น ชาวเกาะ

ชีพจรลงเท้ากันอีกครั้งหลังกลับสู่อิสระภาพ!!!
 
5-6-7 เมษายน 2551
SDK SCHOOL SUMMER
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจ(เด็กโข่ง)ว้าวุ่น
 
"สอบเอนซ์เสร็จแล้วเราไปเที่ยวบ้านหลินกันนะ"
ใครคนนึงในกลุ่มพูดขึ้น...นั่นมันเป็นคำพูดเมื่อ 5 ปีที่แล้วคร๊าบบบ
แต่ในที่สุดโครงการระยะยาวของเราก็เป็นอันสำมะเร็จซักที
ถึงแม้จะไม่ครบกลุ่ม แต่ 4 สาวชาว SDK ก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าไปนอนเกาพุงกัน ณ เกาะช้างงงงง กรี๊ดๆๆๆๆ
 
หลิน-นักซิ่ง150กม./ชม มือหนึ่ง
เอ๋ย-หัวหน้าทัวร์ ชำนาญทุกเส้นทางหลวง
เบล-ลูกทัวร์Alert
ทิม-ลูกทัวร์ผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว
 
การเดินทางทำให้เราเติบโตขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเดินทางมาด้วยกันเสมอ และเติบโตไปพร้อมๆกัน
มีความสุขและดีใจที่เรายังมีกันและกันเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ทางแยกในวันนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะพวกเราไม่เคยแยกจากกัน
บนทางเดินชีวิตของชั้น ยังมีพวกเธอจับมือและส่งยิ้มที่แสนอบอุ่นให้เสมอมา*
 
ซีฟู้ดร้านเจ๊อิ๋วอร่อยมาก อิ่มจนพุงแตกนะ
ส้มตำปูม้าอร่ยกว่า ซัดโฮกๆ
เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตคือการรอคอย เพราะเรารอเรือกันตั้ง3ชม.ครึ่ง จอร์จ
กลับถึงบ้านเที่ยงคืน จัดกระเป๋าอีกใบออกเดินทางต่อ...
 
8-9-10 เมษายน 2551
TuPTiM in Wonderland (HKG-MACAU)
"You may say I'm a Dreamer, but I'm not the only one"
 
คอนเซป คือ อยากไปเที่ยวเมืองนอกแนวฝันๆ ไปคนเดียว ในที่ๆไม่มีใครรู้จักและไม่รู้จักใคร
แต่แล้วคุณพ่อท่านก็มิอนุญาติ จึงนำคุณสินเพชรมาร่วมเดินทาง ซึ่งก็ไม่อยากไปกะมันเท่าไหร่ และมันก็ไม่ได้อยากไปด้วยเลย แป่ว!!!
 
การเดินทางทำให้เราโตขึ้นอีกครั้ง
ต้องแบกของหนักๆคนเดียว นอกจากแบกกล้อง
ต้องจ่ายยยยตังเอง จนนะ แต่เราก็ได้ประสบการณ์ช๊อปกระจายแบบไม่ต้องเกรงใจใครกลับมาแทน 5555+ บอกได้คำเดียวว่ามันสะใจมั่กมาก
เราได้เดินไปตามทางที่เราคุ้นเคย และในที่ที่เราไม่รู้จัก ที่ๆไม่มีทั้งภาษาอังกิดและภาษาไทย แต่เราก็ได้รอยยิ้มดีๆกลับมา
เราเกือบจะได้นอนข้างถนนเพราะติดเกาะมาเก๊า ให้ความรู้สึกเหมือนตอนติดเกาะช้างมากๆ หลอนเกาะไปอีกนาน
เราได้กลับไปสูโลกแห่งความฝัน ไปเป็นกเด็ก ที่ยิ้มออกมาจากหัวใจแบบเด็กๆอีกครั้งที่ดิสนีย์แลนด์
ไลออนคิง เมอเมจ ทาซาน มู่หลาน โดนัลดั๊ก กู๊ทฟี่ มินนี่ มิกกี้ ลีโล่ สติส พูห์ สโนว์ไวน์ ซินเดอเรล่า อลิซ โอ้คิดถึงๆๆๆๆๆจังเลย
เหมือนเราได้กลับไปอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์แบบอลิซอีกครั้ง มีความสุขจังเลย
 
สุขสันต์วันสงกรานต์ ^^